หุ้นไทยปิดลบ 5.25 จุด สงคราม-MSCI กดดัน

SET Index ปิดตลาดวันนี้ (24 เม.ย. 2569) ที่ 1,456.10 จุด ลดลง 5.25 จุด หรือคิดเป็น -0.36% ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะความกังวลเรื่องความเสี่ยงสงครามระหว่างประเทศมหาอำนาจที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลก ขณะเดียวกัน MSCI ได้ประกาศลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย (Underweight) ในการปรับพอร์ตครั้งล่าสุด ทำให้นักลงทุนต่างชาติเทขายสุทธิหนัก โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและธนาคารพาณิชย์

ทั้งนี้ มูลค่าการซื้อขายรวมประมาณ 4.8 หมื่นล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ -1,200 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศยังคงซื้อสุทธิ 450 ล้านบาท เพื่อชะลอแรงขาย ภาคพลังงานและปิโตรเคมีได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ผันผวนตามความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่วนกลุ่มส่งออกและท่องเที่ยวก็ถูกกดดันจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ด้านนักวิเคราะห์มองว่าตลาดยังมีแนวรับสำคัญที่ 1,450 จุด หากหลุดอาจลงไปทดสอบ 1,430 จุด

การวิเคราะห์เชิงลึกสำหรับนักลงทุน

  • ปัจจัยสงครามและภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางและความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีนเกี่ยวกับนโยบายการค้า ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบปรับสูงขึ้น นักลงทุนจึงต้องติดตามนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลต่อดอกเบี้ยและค่าเงิน
  • ผลกระทบจาก MSCI: การลดน้ำหนักลงทุนของ MSCI ส่งสัญญาณเชิงลบต่อภาพรวมตลาดทุนไทยในระยะสั้น แต่นักลงทุนระยะยาวสามารถใช้โอกาสนี้ในการสะสมหุ้นพื้นฐานดีที่ถูกเทขายเกินจริง โดยเฉพาะกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ
  • กลยุทธ์การจัดการความมั่งคั่ง: ในภาวะความผันผวนสูง ควรเน้นการกระจายพอร์ตการลงทุน (Diversification) ไปยังสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์ต่ำกับตลาดหุ้น เช่น ทองคำและพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น รวมถึงการถือเงินสดบางส่วนเพื่อรอจังหวะลงทุน
  • แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินบาท: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ ขณะที่เงินบาทแข็งค่ากระทบรายได้ของผู้ส่งออก ควรติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐในระยะต่อไป

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. นักลงทุนควรทำอย่างไรเมื่อตลาดหุ้นปรับตัวลงจากความเสี่ยงสงคราม?
    ควรรักษาสภาพคล่อง และเน้นลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ และหุ้นที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ พร้อมกับติดตามข่าวสารนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับความเสี่ยง

  2. การลดน้ำหนักลงทุนของ MSCI ส่งผลกระทบระยะยาวต่อหุ้นไทยหรือไม่?
    ผลกระทบระยะสั้นอาจทำให้เงินทุนไหลออก แต่ในระยะยาว หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มกำไรเติบโต ยังคงเป็นที่สนใจของนักลงทุน โดยเฉพาะเมื่อตลาดกลับมาสงบ

อ้างอิง: ข่าวหุ้นไทยวันนี้จากผู้จัดการออนไลน์

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *