
เจพีมอร์แกน เชส (JPMorgan Chase) ภายใต้การนำของ เจมี ไดมอน (Jamie Dimon) ซีอีโอระดับตำนานวัย 70 ปี ส่งสัญญาณชัดเจนว่าพร้อมเดินหน้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ ด้วยวงเงินสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.2 แสนล้านบาท นับเป็นดีลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปีที่เขาบริหารธนาคารใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ
ในการประชุมนักวิเคราะห์ที่จัดโดย Bernstein ในนิวยอร์ก ไดมอนเปิดเผยว่า ธนาคารกำลังมองหาเป้าหมายที่น่าสนใจ และพร้อมที่จะใช้เงินระหว่าง 1 หมื่นถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในการเข้าซื้อกิจการในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่า การซื้อกิจการไม่ใช่กลยุทธ์หลักในการเติบโต แต่เป็นเครื่องมือเสริมเมื่อการเติบโตแบบอินทรีย์ (Organic Growth) ไม่เพียงพอ
- กลยุทธ์การลงทุน: ไดมอนเตือนว่า ผู้บริหารที่หันไปพึ่งพา M&A มากเกินไป มักเป็นสัญญาณว่าธุรกิจหลักกำลังมีปัญหา เขาเน้นย้ำถึงการเติบโตผ่าน “ยอดขาย สาขา เทคโนโลยี กำไร ผลิตภัณฑ์ และบริการ” ก่อนจะคิดเรื่องควบรวมกิจการ
- ข้อจำกัดทางกฎหมาย: กฎหมายของสหรัฐฯ ห้ามเจพีมอร์แกนซื้อธนาคารที่รับเงินฝากขนาดใหญ่รายอื่น ทำให้ดีลนี้ต้องมุ่งไปที่ธุรกิจใกล้เคียง เช่น การจัดการสินทรัพย์ (Asset Management), การชำระเงิน (Payments) หรือบริษัทฟินเทค (FinTech)
- ปัจจัยหนุนจากตลาด: ธนาคารขนาดเล็กและกลางจำนวนมากกำลังเผชิญภาวะดอกเบี้ยสูงและต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้หลายแห่งเปิดรับข้อเสนอขายกิจการหรือหา M&A Partner
- ประวัติการซื้อกิจการ: ดีลสำคัญของไดมอนมักเกิดขึ้นในช่วงวิกฤต เช่น การซื้อ Bear Stearns, Washington Mutual และ First Republic (ดีลที่รัฐบาลกลางเป็นผู้จัดการ) โดยดีล First Republic มูลค่า 1.73 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2023 ถือเป็นข้อยกเว้นเพราะเป็นการช่วยเหลือโดย FDIC
- วัฒนธรรมองค์กร: เป้าหมายที่จะซื้อต้องสามารถผสานเข้ากับเจพีมอร์แกนได้อย่างราบรื่น และต้องเสริมธุรกิจหลัก ไม่ใช่แค่มาวางเป็นหน่วยงานแยกต่างหาก “มันต้องไม่ใช่ความฝันลมๆ แล้งๆ” ไดมอนกล่าว
- บทสรุปนักลงทุน: สัญญาณนี้บ่งชี้ว่าแม้จะเป็นธนาคารยักษ์ใหญ่ แต่เจพีมอร์แกนยังมองหาโอกาสเติบโตผ่านการซื้อกิจการในภาวะที่ตลาดการเงินผันผวน ซึ่งอาจส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มการเงินและฟินเทค
หากบทความนี้มีประโยชน์ อย่าลืมแชร์ต่อให้เพื่อนๆ นักลงทุนของคุณอ่านด้วยนะคะ!
Full English Translation: JPMorgan Chase, led by legendary CEO Jamie Dimon, has signaled readiness to execute a major acquisition with a budget of up to $20 billion. This would be the largest deal in his 20-year tenure. At a Bernstein conference, Dimon stated the bank is looking for targets and could deploy $10-$20 billion over the next few years. He warned that excessive reliance on M&A often indicates poor organic growth. U.S. law bars JPMorgan from buying other large deposit-taking banks, so the deal will likely target asset management, payments, or fintech firms. Smaller banks are under pressure from high interest rates and regulatory costs, creating opportunities. Dimon emphasized that any target must integrate seamlessly and enhance core businesses. Historic deals like Bear Stearns and Washington Mutual were crisis-era acquisitions.
Citation Link: https://nypost.com/2026/05/27/business/jamie-dimon-says-jpmorgan-wants-to-go-shopping-and-has-20-billion-to-spend











Leave a Reply